Bernice, Author at ประวัติของสัตว์ทั่วโลกทั้งในไทยและต่างประเทศ - Page 2 of 3

About Bernice

Here are my most recent posts

ประวัติความเป็นมาของ ไฮยีนา

ไฮยีนา

ไฮยีนา (อังกฤษ: hyena; มาจากคำภาษากรีกโบราณว่า ὕαινα ออกเสียงว่า /ฮือไอนา/ หรือ /ฮือแอนา/) เป็นสัตว์เลือดอุ่นในอันดับสัตว์กินเนื้อตระกูลหนึ่ง โดยใช้ชื่อตระกูลว่า Hyaenidae

ไฮยีนา มีลักษณะและก็รูปร่างโดยรวมคล้ายกับสุนัขหรือหมาป่า ซึ่งเป็นสัตว์กินเนื้อที่อยู่ในตระกูล Canidae แต่ว่าไฮยีนาก็ไม่ใช่สุนัข แม้แต่ว่าเป็นสัตว์ที่อยู่ในตระกูลของตนต่างหาก โดยอยู่ในชั้นย่อย Feliformia ซึ่งใกล้ชิดกับPercrocutidae มากยิ่งกว่า

ลักษณะแล้วก็พฤติกรรม
ไฮยีนาสามารถแบ่งออกเป็น 25สกุล (มองในตาราง)2 หลาย ประเภท กระจายจำพวกทั่วๆไปในทวีปแอฟริกาแล้วก็เล็กน้อยในภูมิภาคอาหรับและก็ประเทศอินเดีย ไฮยีนามีลักษณะรูปร่างคล้ายกับหมา มีขนหยาบครึ้มสีน้ำตาลปนเทา มีลายรวมทั้งจุดไม่เหมือนกันตามแต่ละประเภท และก็มีหางยาวราว 18 นิ้ว ไหล่แล้วก็หัวมีส่วนกว้าง ไหล่สูงขึ้นยิ่งกว่าขาหลังมากมาย แล้วก็มีฟันกรามที่แข็งแกร่งและก็แข็งแรงมากมาย ทำให้เป็นสัตว์ประเภทหนึ่งที่มีแรงกัดร้ายแรงมากมาย

ไฮยีนาชอบรวมตัวกันออกหาเหยื่อโดยมีตัวเมียเป็นหัวหน้าฝูง ไฮยีนาตัวเมียนั้นจะมีอวัยวะเพศที่ขยายใหญ่ได้จนกระทั่งมีขนาดเท่ากับอวัยวะเพศของตัวผู้ ตัวใดที่มีลักษณะอวัยวะสืบพันธุ์คล้ายเพศผู้ จะสามารถเข้ากลุ่มตัวเมียได้ดิบได้ดี ไฮยีนาตัวเมียที่ไม่มีของลับผู้จะถูกขับออกมาจากกรุ๊ปตัวเมีย และไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการมีกรุ๊ปได้ ไฮยีนาสามารถวิ่งได้เร็วถึง 65 กิโลต่อชั่วโมง นิสัยค่อนข้างจะดุ ไฮยีนาตัวเมียจะมีรูปร่างที่ใหญ่มากยิ่งกว่าเพศผู้ เพราะเหตุว่าจะเป็นข้างดูแลลูก เพราะเหตุว่าเพศผู้จะทำร้ายแล้วก็รับประทานลูกไฮยีนาที่เกิดใหม่เป็นของกินได้

ไฮยีนาออกหากินในช่วงเวลาค่ำคืน ช่วงเวลากลางวันจะนอนพักในโพรงหรือซอกหิน จะออกลูกแล้วก็อุปการะลูกในโพรง โดยคลอดลูกทีละโดยประมาณ 1-2 ตัว บางเวลาบางทีอาจได้ถึง 4 ตัว โดยลูกอ่อนจะยังลืมตาแล้วก็ช่วยเหลือตัวเองมิได้

 

ที่มา.. wikipedia

Read More

ประวัติความเป็นมาของ วัวกระทิง

วัวกระทิง

วัวกระทิง หรือ เมย เป็นวัวป่าประเภท Bos gaurus ในตระกูล Bovidae

วัวกระทิงเป็นสัตว์กีบ รูปร่างใหญ่โตกำยำ ขนสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ ขาทั้งยังสีสี่ขาวราวกับใส่ถุงเท้า มีความยาวหัว-ลำตัว 2.5-3.3 เมตร หางยาว 0.7-1.05 เมตร ความสูงที่หัวไหล่ 1.65-2.2 เมตร มีเขาหมดทั้งตัวผู้และก็ตัวเมีย หน้าผากเป็นโหนกสีเหลืองอ่อน เพศผู้ใหญ่มากยิ่งกว่าและก็หนักกว่าตัวเมียราว 25 เปอร์เซ็นต์ หลังคอเป็นโหนกสูงมีต้นเหตุที่เกิดจากส่วนของกระดูกสันหลังที่ยื่นยาวออกไป

ลักษณะ

มีขนยาว ตัวสีดำหรือดำแกมน้ำตาล ยกเว้นที่ข้างหน้าผากรวมทั้งครึ่งข้างล่างของขาอีกทั้ง 4 เป็นสีขาวเทาๆหรือเหลืองอย่างสีทอง เรียกว่า “หน้าโพ” ขาทั้งยัง 4 ข้างตั้งแต่เหนือหัวเข่าลงไปถึงกีบเท้ามีสีขาวเทาหรือเหลืองทอง ทำให้มองราวกับสวมถุงเท้า สีขนย้ายวัวกระทิงรอบๆหน้าผากและก็ถุงเท้ามีเหตุมาจากรอยเปื้อนน้ำมันในเหงื่อซึ่งเป็นลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของสัตว์ประเภทนี้ คอสั้น แล้วก็มีพืม (เหนียงคอ) แขวนยาวลงมาจากใต้คอ เขามีสีเขียวเข้ม ปลายเขามีสีสดรอบๆโคนเขามีรอยย่นซึ่งรอยนี้จะมีเยอะขึ้นเมื่อสูงอายุขึ้น

วัวกระทิงเพศผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย ลูกที่เกิดขึ้นจะมีสีน้ำตาลปนแดงเสมือนสีขนย้ายเก้ง มีเส้นสีดำพิงกึ่งกลางข้างหลัง ลูกวัวกระทิงขนาดเล็กจะยังไม่มีถุงเท้าเสมือนวัวกระทิงตัวโต มีความยาวลำตัวแล้วก็หัว 250–300 ซม. หาง 70–105 ซม. ความสูงจากพื้นถึงหัวไหล่ 170–185 ซม. น้ำหนัก 650–900 โล โดยเพศผู้มีน้ำหนักมากยิ่งกว่าตัวเมีย มีการกระจัดกระจายชนิดในภาคใต้ของจีน, ประเทศอินเดีย, ภูฏาน, เนปาล, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย โดยแบ่งออกได้เป็นจำพวกย่อย 6 จำพวก (สูญพันธุ์ไปแล้ว 1 จำพวก)

 

ที่มา.. wikipedia

Read More

ประวัติความเป็นมาปลาฉลาม

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ปลาฉลาม

เมื่อเอ่ยถึง ปลาฉลาม ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยมักมีความรู้สึกกลัวเนื่องจากว่าได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์ที่ชี้ให้เห็นถึงความป่าเถื่อนของปลาฉลามที่รังแกต่อมนุษย์ แม้กระนั้นความเป็นจริงแล้วฉลามมิได้ดุร้ายอย่าง
ที่รู้เรื่องกันครับในสายตา ของคนทั่วไป ฉลามอาจมองดูเป็นสัตว์ดุร้ายหิวเหลือด แต่ว่าในโลกของความจริงนั้นมีสถิติที่น่าทึ่งก็คือในบรรดาฉลามที่มีอยู่ราวๆ 350 จำพวกทั้งโลกนั้น มีเพียงแค่ 30 จำพวกเพียงแค่นั้นที่บางทีอาจทำให้เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และก็มีเพียงแค่4-5 จำพวกเพียงแค่นั้นที่บางทีอาจเป็นข้างที่รังแกมนุษย์ก่อน จากสถิติของผู้ที่ถูกปลาฉลามทำร้ายมีจำนวนราว 28-30 คนต่อปี แล้วก็มีคนตายไม่เกิน 10 รายต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยกว่าผู้ที่ถูกฟ้าผ่าตายหรือถูกผึ้งต่อยตายเสียอีก แต่ว่า ตรงกันข้ามฉลามกลายเป็นข้างถูกไล่ล่าและก็กลายเป็นเหยื่อของผู้คนไม่น้อยกว่า 100 ล้านตัวต่อปี หากยังเป็นแบบนี้ถัดไปเรื่อยฉลามก็บางทีอาจสิ้นพันธุ์ได้ในอนาคตอันใกล้นี้
จากการที่มีพัฒนาการอันช้านานทำให้ฉลามสามารถปรับพฤติกรรมจนถึงสามาดำรงชีพในทุกสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งโลกตั้งแต่ในเขตร้อนแถบเส้นอีเควเตอร์จนกระทั่งเขตอบอุ่นรวมถึงแม่น้ำบางสายที่เชื่อมต่อกับสมุทรก็พบว่ามีปลาฉลามอาศัยอยู่อย่างเดียวกัน เล่ามาถึงนี้หลายๆท่าน บางครั้งก็อาจจะสงสัยว่าปลากระดูกอ่อนรวมทั้งปลากระดูกแข็งนั้นคืออะไร ก็เลยขอฉวยโอกาสชี้แจงนี้ครับผมว่า

พวกเราแบ่งปลาเป็นกรุ๊ปตามรูปแบบขององค์ประกอบของกระดูกออกเป็น 2 กลุ่มร่วมกันเป็นปลากระดูกอ่อน มีอยู่ร่วมกันราวๆ 800 ประเภท และก็ปลากระดูกแข็ง มีราว 24,000 จำพวก ลักษณะที่ต่างกันก็คือ ปลากระดูกอ่อนมีโครงค้ำชูร่างกายเป็นกระดูกอ่อนทั้งสิ้น ตำแหน่งของปากจะอยู่ทางด้านล่างของส่วนหัว มีช่องเหงือก 5-7 คู่ ไม่มีแผ่นปิดเหงือก มีเกล็ดมีลักษณะที่เป็นหนามแหลมไม่เรียงทับกัน เพศผู้มีอวัยวะสืบพันธุ์อยู่ 1 คู่รอบๆครีบก้น หางมีลักษณะเป็นแบบไม่สมมาตร โดยแฉกบนมีขนาดใหญ่รวมทั้งยาวกว่าแฉกข้างล่างหรือมีลักษณะเรียวยาวเหมือนแส้ได้แก่ ฉลาม ปลากระเบน ปลาฉนาก ปลาโรนัน รวมทั้งปลาโรนิน ฯลฯ จากส่วนประกอบของกระดูกที่เป็นกระดูกอ่อนของฉลามทำให้การเรียนปลาฉลามจากซากดึกดำบรรพ์เป็นได้ยาก ด้วยเหตุว่ากระดูกอ่อนจะเสื่อมสภาพผุพังไปหมด ซากที่เพียงพอจะคงเหลือบ้างจะเป็นส่วนของกะโหลกศีรษะและก็ฟันกราม ส่วนซากดึกดำบรรพ์ที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือฟันนั่นเอง สำหรับปลากระดูกแข็งมีลักษณะแตกต่างที่ส่วนประกอบของกระดูกเป็นกระดูกแข็ง มีแผ่นปิดเหงือกแจ่มกระจ่างก็คือตรงรอบๆกระพุ้งแก้มนั่นเอง ส่วนเกล็ดจะมีรูปร่างแตกต่างขึ้นกับประเภทของปลาหรือบางจำพวกก็บางทีอาจไม่มีเกล็ดหางมีหลายแบบอย่างทั้งยังแบบสมมาตรและไม่มีสมมาตร มีปากอยู่ทางข้างบนแล้วก็ข้างล่างของท่อนหัว ส่วนใหญ่จะคลอดลูกเป็นไข่ รวมทั้งเป็นปลาที่พวกเราพบเจออยู่ทั่วๆไป เป็นต้นว่า ปลาไหล ปลานิล ปลาเสือโคน ปลาสิงโต ปลาปักเป้า ฯลฯ

ตอนนี้ฉลามถูกแบ่งได้ 2 กรุ๊ปร่วมกันหมายถึงกรุ๊ปฉลามผิวน้ำ แล้วก็กลุ่มฉลามหน้าดิน ซึ่งมีรูปร่างลักษณะและก็นิสัยที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฉลามผิวน้ำมีรูปร่างกระชุ่มกระชวยแล้วก็ว่ายตลอดระยะเวลารูปแบบของฟันเป็นฟันที่มีความแหลมคมคล้ายกับมีดโกนเรียงกันเป็นแนวอยู่ข้างในปาก ส่วนปลาฉลามหน้าดินมีนิสัยถูกใจซ่อนตัวอยู่นิ่งๆมากยิ่งกว่าเคลื่อนที่ ฟันมีลักษณะเป็นฟันขบ รับประทานซากสัตว์ที่ตายแล้วเป็นของกิน ไม่ค่อย
ดุร้ายและก็จำนวนมากมีนิสัยขี้เล ฉลามที่เจอในประเทศไทยมีโดยประมาณ 30 จำพวก

 

ที่มา.. greenpeace

Read More

เหี้ย ประวัติความเป็นมา ในตำนานพื้นเมือง

เหี้ย ในความเชื่อถือของชาวไทยทั่วๆไปเป็นเครื่องหมายของความไม่ดี อัปมงคล เข้าบ้านหลังไหนเป็นวอดวายถึงความศรัทธาที่ว่าจะจริงเท็จขนาดไหน ไม่บางทีอาจพิสูจน์ความอัปมงคลของมันได้ แม้กระนั้นมักมีการยืมชื่อของมันมาใช้เป็นคำก่นด่ากันอย่างหนาหู

เหี้ยในความเลื่อมใสพื้นเมืองของแต่ละภาค ไม่เป็นที่กล่าวขวัญให้ได้ยินนัก แต่ว่าทางภาคใต้มีการนำเข้าไปเกี่ยวกับชีวิตรวมทั้งวัฒนธรรมหลายประเภท โดยเรียกกันในชื่อว่า “แลน” ครอบคลุมอีกทั้งเหี้ยแล้วก็ตะกวด

สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ ๒๕๒๙ เล่ม ๘ บอกความหมาย “แลน” ไว้ว่า

แลน” ในความรู้สึกของชาวภาคใต้เป็นสัตว์ที่น่ารังเกียจด้วย ๒ ปัจจัยหมายถึงแลนชอบกินของเน่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งศพของสัตว์ ต่อให้ศพของคน และก็ถูกใจรับประทานสัตว์ อาทิเช่น อึ่งอ่าง คางคก เขียด และก็ตัวหนอน

บางพื้นที่ถึงกับไม่ให้นำแลนเข้าบ้านเนื่องจากว่าเช้าใจกันว่าหากแลนขึ้นบ้านคนใดกันแน่ บ้านนั้น “โส้ย” (โชคร้าย) เป็นอัปมงคล

เรื่องราวของแลนในภาคใต้นั้นปรากฏในต้นแบบนิทานพื้นบ้านเรื่อง “แลนทองกับแลนเถื่อน” เล่ากันในเขต อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา และก็อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เป็นนิทานให้คติสอนใจกล่าวถึงโทษของความอิจฉาริษยา โดยเล่าว่า

มีหญิงสาว ๒ คน คนหนึ่งยากแค้น แต่ว่าถูกใจเอื้อเฟื้อประชาชน อีกคนมั่งคั่ง แม้กระนั้นเย่อหยิ่ง ดูถูกประชาชน ทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน วันหนึ่งหญิงยากจนพบแลนทองตัวหนึ่ง ก็เลยเอามาเลี้ยงไว้ที่บ้านด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ วันหนึ่งคุณก็เลยจูบที่ศีรษะแลน ทำให้แลนทองคำตัวนั้นพ้นจากคำสาปแช่งแม่มดเปลี่ยนเป็นหนุ่มรูปงาม ซึ่งเป็นลูกชายของเจ้าผู้ครองนครคนหนึ่ง ทั้งคู่ก็เลยสมรสกันอย่างสุขสบายสืบมา ถัดมาหญิงผู้มั่งมีรู้ข่าวสาร กำเนิดความอิจฉาริษยา ต้องการจะได้ดีมากยิ่งกว่าเพื่อนพ้องที่สมัยก่อนเคยยากไร้ ก็เลยว่าจ้างให้คนรับใช้ไปจับแลนตัวโตมาให้ตัวหนึ่ง นางโอบกอดแลนโหดร้าย (แลนธรรมดา) หวังจะให้แปลงเป็นชายหนุ่มรูปงาม แม้กระนั้นแลนดุร้ายสะดุ้ง ข่วนเค้าหน้าหญิงสาวคนนั้นเป็นแผล ต่อจากนั้นมาหญิงสาวคนนั้นก็ไม่มีผู้ใดขอแต่งงานด้วย

นอกนั้นเรื่องของแลนยังปรากฏในเรื่อง “นายแรง” เป็นตำนานการเกิดแม่น้ำ ภูเขาบางที่ในจังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา ตัวอย่างเช่น การเกิดเขารุนลำคลองห้วยแลน เขาหัวสุนัข เขาแดง เขาเก้าแสนหรือเก้าเส้ง ฯลฯ โดยนิทานเรื่องนายแรงได้จากการเอาลักษณะของภูมิประเทศมาผูกแต่งเกิดเรื่องราว เพื่อคนรุ่นถัดมาได้ทำความเข้าใจและก็กำเนิดความรักความภาคภูมิในแคว้นตัวเอง

ถึงแม้ว่าแลนในความรู้สึกของมนุษย์เป็นสิ่งไม่ดีนัก แม้กระนั้นในทางเศรษฐกิจ แลนเป็นสัตว์เศรษฐกิจซึ่งสามารถทำรายได้ให้กับผู้ตามล่าอย่างดีเยี่ยมซึ่งหนังแลนสามารถนำไปทำเครื่องหนังชนิดข้าวของเครื่องใช้ และก็ทำเครื่องเพชรพลอยได้อย่างงดงามไม่แพ้หนังจระเข้อย่างยิ่งจริงๆ

 

แหล่งที่มา.. silpa-mag

Read More

ประวัติความเป็นมาม้าไทย

ม้า

ม้า อยู่คู่มนุษย์เรามาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์จำนวนมาก ทั้งยังการทำสงครามรวมทั้งการเดินทาง ม้าเป็นสัตว์มงคลในลำดับที่ 7 ของดาวฤกษ์จีน เป็นเครื่องหมายของเจ้าขุนมูลนาย ผู้ดี และก็วิถีชีวิตที่สบาย แล้วก็ยังเป็นเครื่องหมายสื่อถึงความรวดเร็ว ว่อง ได้สมญานามว่า ผู้ส่งจดหมาย ซึ่งจะมีผลทำให้ธุรกิจ การค้าขาย งานการ ประสบผลสำเร็จเร็วเพิ่มขึ้น ผู้พึงพอใจเกี่ยวกับม้าสามารถมองถึงที่เหมาะเว็บ www.thaipony.net

ประวัติความเป็นมาม้าในประเทศไทย เล่าที่ไปที่มาของม้าในประเทศไทยอย่างละเอียดลออ รวมทั้งรูปแบบของม้าในประเทศไทย การเลี้ยงม้า บอกกระบวนการอุปถัมภ์ค้ำชูม้า ทั้งยังการให้อาหารโดยการคำนวณจากน้ำหนักม้า การอาบน้ำม้า การให้แร่ธาตุอาหารเสริม การถ่ายพยาธิ รวมทั้งการตรวจพิสูจน์เชื้อสายม้าโดยใช้ดีเอ็นเอ นอกจากนั้นใน หน้าแรก ยังมีม้าไทยในสวนเกษตร การเพาะพันธุ์ม้า การฝึกฝนม้า อื่นๆอีกมากมาย.

 

แหล่งที่มา.. thairath…

Read More

ประวัติความเป็นมาแมวเหมียว

แมว หรือ แมวบ้าน (ชื่อวิทยาศาสตร์: Felis catus) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อยู่ในเชื้อสาย Felidae ซึ่งเป็นเชื้อสายเดียวกับสิงโตและก็เสือดาว ต้นตระกูลแมวมาจากเสือไซบีเรียน (Felis tigris altaica)

ซึ่งมีตอนลำตัวตั้งแต่จมูกถึงปลายหางยาวราว 4 เมตร แมวที่เลี้ยงตามบ้าน จะมีรูปร่างขนาดเล็ก ขนาดลำตัวยาว ตอนขาสั้นรวมทั้งจัดอยู่ในกรุ๊ปของจำพวกสัตว์กินเนื้อเป็น ของกิน มีเขี้ยวแล้วก็เล็บคมสามารถหดหลบซ่อนเล็บได้เหมือนกับเสือ สืบสายเลือดมาจากเสือบองที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งลักษณะอะไรบางอย่างของแมวยังคงประสบพบเห็นได้ในแมวบ้านตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นแมวพันธุ์แท้หรือแมวประเภททาง

แมวเริ่มเข้ามาเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของคนเราตั้งแต่เมื่อราวๆ 9,500 ปีกลาย ซึ่งจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่โบราณที่สุดของแมวเป็นวิธีการทำมัมมี่แมวที่ศึกษาและทำการค้นพบในยุคอียิปต์โบราณ หรือในพิพิธภัณฑสถานอังกฤษในกรุงลอนดอน มีการแสดงโภคทรัพย์ที่นำออกมาจากปิรามิดโบราณ ที่อียิปต์ ซึ่งรวมทั้งมัมมี่แมวหลายตัว ซึ่งเมื่อนำเอาผ้าพันมัมมี่ออกก็พบว่า แมวในโบราณกาลทุกตัวมีลักษณะใกล้เคียงกัน เป็นเป็นแมวที่มีรูปร่างเล็ก ขนสั้นมีทาสีน้ำตาล มีความคล้ายกับประเภทในขณะนี้ ที่เรียกว่าแมวอะบิสสิเนียน

แมวจำพวกต่างๆ

แมวในโลกนี้มีเยอะมากหลายจำพวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงไม่นับรวมสัตว์เชื้อสายแมว พวกเสือ แมวดาว แมวป่า หรือ สิงโต แมวเลี้ยง หรือที่พวกเราเรียกว่า Domestic cat นั้นมีวิวัฒนการมาจากเสือกระต่ายในธรรมชาติจากหลายภูมิภาคของโลก ชื่อเรียกจำพวกแมวที่ต่างกันที่เรียกกันตอนนี้ เป็นต้นว่า อิหร่าน แมวไทย บาลิเนส อะบิสสิเนียน แล้วก็โซมาลี นั้น แสดงถึงบ้านเกิดเมืองนอนที่แสดงถึงภูมิศาสตร์ที่เขาเกิดมา สำหรับการจัดนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษเมื่อ ปีคริสศักราช 1871 ถือได้ว่าเป็นการเริ่มสำหรับในการพรีเซนเทชั่นประเภทแมวในระดับประเทศ ทำให้ผู้พึงพอใจในแมวมีความกระฉับกระเฉง แม้กระนั้นการแสดงในตอนนั้นจำนวนมากเป็นแมวอิหร่านรวมทั้งแมวขนสั้นเป็นหลัก

 

แหล่งที่มา.. sites.google

Read More

ประวัติความเป็นมาหมีแพนด้า แพนด้ายักษ์ หรือไจแอนท์แพนด้า

ประวัติความเป็นมาของ หมีแพนด้า

แพนด้ายักษ์ หรือไจแอนท์แพนด้า (อังกฤษ: Giant panda; ชื่อวิทยาศาสตร์: Ailuropoda melanoleuca) หรือที่นิยมเรียกว่า หมีแพนด้า เป็นสัตว์กินนมซึ่งปัจจุบันนี้จัดอยู่ในตระกูลหมี(Ursidae) ถิ่นอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ของกินโปรดของแพนด้ายักษ์เป็นใบไผ่ นอกจากนั้นจะเป็นต้นหญ้าจำพวกอื่นๆเอกลักษณ์ของแพนด้ายักษ์เป็นมีขนสีดำรอบดวงตา, ใบหู, บ่า รวมทั้งขาอีกทั้งสี่ข้าง ส่วนอื่นมีขนสีขาว

ตอนนี้แพนด้ายักษ์เป็นเยี่ยมในสัตว์สายพันธุ์ที่ใกล้สิ้นพันธุ์เยอะที่สุดสายพันธุ์หนึ่งของโลก ตามรายงานปัจจุบัน มีแพนด้าที่เลี้ยงในกรงเลี้ยง 239 ตัวอยู่ในจีน แล้วก็อีก 27 ตัวอยู่ในต่างถิ่น มีการคาดคะเนไว้ว่ามีแพนด้ายักษ์โดยประมาณ 1,590 ตัวอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ อย่างไรก็แล้วแต่ จากการศึกษาเล่าเรียนในปี คริสต์ศักราช 2006 ผ่านการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ สามารถประมาณได้ว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีแพนด้ายักษ์เป็นปริมาณถึง 2,000-3,000 ตัวอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปริมาณแพนด้าตามธรรมชาติเพิ่มขึ้น สหภาพนานาประเทศเพื่อการอนุรักษ์และรักษาธรรมชาติรวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติมั่นใจว่าข้อมูลดังที่ได้กล่าวมาแล้วยังปราศจากความแน่ๆพอที่จะย้ายชื่อแพนด้ายักษ์ออกมาจากบัญชีรายชื่อสัตว์ที่ใกล้สิ้นซาก

 

แหล่งที่มา.. sites.google

Read More

งูอนาคอนดา

งูอนาคอนดา หรือ งูโบอาน้ำ เป็นชื่อสามัญและก็สกุลของงูขนาดใหญ่ 4 ประเภทที่อยู่ในสกุลย่อย Boinae ในตระกูลใหญ่ Boidae ใช้ชื่อสกุลว่า Eunectes อาศัยอยู่ในหนอง บึง และก็แม่น้ำในป่าดิบชื้นในทวีปอเมริกาใต้รวมทั้งเกาะตรินิแดด โดยที่คำว่า Eunectes มาจากภาษากรีกคำว่า Eυνήκτης คือ “ว่ายน้ำได้ดี”

ชื่อวิทยาศาสตร์: Eunectes
ความยาว: งูอนาคอนดาเขียว: 4.6 ม.
อาณาจักร: Animalia
ตระกูล: Boidae
สายพันธุ์ที่เหนือกว่า: ตระกูลย่อยงูโบอา
ชั้น: สกุล

 

แหล่งที่มา.. wikipedia

Read More

หมา หรือ สุนัข สัตว์โลกที่น่ารัก

หมา หรือภาษาทางการว่า สุนัข เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมหลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Canidae ออกลูกเป็นตัว ลำตัวมีขนปกคลุม มีเขี้ยว 2 คู่ เท้าหน้ามี 5 นิ้ว เท้าหลังมี 4 นิ้ว ซ่อนเล็บไม่ได้ อวัยวะเพศของสุนัขตัวผู้มี

กระดูกอยู่ภายใน 1 ชิ้น สุนัขที่ยังคงเป็นสัตว์ป่า เช่น หมานอก (Cuon alpinus) สุนัขที่เลี้ยงเป็นสัตว์บ้าน คือ ชนิด Canis lupus familiaris สุนัขเป็นสัตว์ที่มีหลายพันธุ์ เช่น ม้าบราดอร์, ซิลเวอร์ริทรีฟเวอร์, ชิหว่าว้า และอีกมากมาย

มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ฝังมุกหรือไม่ฝังมุกขลิหรือไม่ขลิบ ดุและไม่ดุ พันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ เช่น โกลเด้น ลาบราดอร์ ที่มีขนาดเล็ก เช่น ชิวาวา ชิสุ ซูชิ ส่วนที่ดุ ได้แก่ ร็อดไวเลอร์ อัลเซเชียน สุนัขแต่ละพันธุ์จะมีนิสัยแตกต่างกัน

สุนัขพัฒนามาจากสัตว์กินรีและวานร ดังนั้นวิวัฒนาการของฟันสำหรับเคี้ยวเนื้อและกระดูกจึงยังคงมีอยู่ รวมทั้งการมีประสาทดมกลิ่นและตามล่าเหยื่อที่ดีมาก นอกจากนี้สุนัขยังมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงทำให้วิ่งได้เร็วและเร่งความเร็วได้เท่าที่ต้องการ ลักษณะการเดินของสุนัขจะทิ้งน้ำหนักตัวบนนิ้วเท้า ซึ่งส่งผลให้สุนัขเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วกว่าสัตว์ชนิดอื่น นอกจากนี้สุนัขยังมีสัญชาตญาณในการทำงานเป็นกลุ่ม ดังนั้นสุนัขจึงสามารถล่าสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

แหล่งที่มา.. cutanima

Read More

ปลาพยาบาลจำตนเองในกระจกได้

ปลาพยาบาล จำตนเองในกระจกได้

เป็นปฏิกิริยาออโต้ ถ้าหากคุณมองเห็นรอยเปื้อนบนบริเวณใบหน้าของคุณในกระจก แน่ๆคุณจำต้องขัดมันออก แต่ทว่าบนโลกนี้มีสัตว์เพียงแค่ไม่กี่จำพวกที่ทำแบบนั้นได้ นอกจากมนุษย์และก็มีลิงอุรังอุตัง รวมทั้งปลาโลมา ดูเหมือนพวกเราจะเป็นส่วนน้อยบนโลกใช่ไหม? ความจริงในมนุษย์เอง เด็กตัวเล็กๆๆก็ยังไม่รู้เรื่องว่าภาพที่ปรากฏนกระจกคือตัวของพวกเขาเอง ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยผลการวิเคาะห์ใหม่ที่ชี้ว่า ปลาพยาบาล (Bluestreak cleaner wrasse) ปลาขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการังก็สามารถจำตัวเองในกระจกด้วยเหมือนกัน แล้วก็พวกมันเป็นปลาสายพันธุ์แรก ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่ามีความรู้และมีความเข้าใจนี้

ย้อนกลับไปในสมัยก่อน นักวิทยาศาสตร์ทดลองสรรพสัตว์กับกระจกมานาน เพื่อมองหาว่าสัตว์จำพวกใดที่มีความเข้าใจทราบ (Self-awareness) ด้วยการแต้มจุดสีลงไปบนตัว แล้วหลังจากนั้นก็วางพวกมันไว้ที่หน้ากระจก รวมทั้งสังเกตดูว่าสัตว์จำพวกนั้นๆมีปฏิกิริยายังไงกับจุดปะปนบนร่างกาย สัตว์ที่ผ่านการตรวจสอบนี้ก็ได้แก่ เอป, ปลาโลมา, ลิงชิมแปนซี แล้วก็นกสาลิกา ก่อให้เกิดข้อสมมติฐานตามมาว่า ความประจักษ์แจ้งทราบอาจมีเพียงแค่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างสัตว์เลือดอุ่น แล้วก็นกแค่นั้น

งานค้นคว้าใหม่นี้นำกลุ่มโดย Masanori Kohda นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยโอซากา ตัวเขาตรวจสอบและลองใช้กระจกกับปลาหลากหลายประเภท โดยหนึ่งในความคาดหมายเป็น ปลาแพทย์สี เพราะว่าพวกมันสามารถจำสมาชิกในฝูงได้ ไม่มีความต่างจากพงพีเมต โดยเหตุนั้นนักวิทยาศาสตร์ก็เลยมีความรู้สึกว่าพวกมันคงจะมีความเข้าใจสำหรับเพื่อการใส่ใจทราบด้วย แต่ว่าปลาหมอสีกลับสอบตก

ทีมงานวิจัยแปลงความพอใจไปที่ปลาพยาบาล พวกมันมีความยาวไม่มากมายไปกว่านิ้วมือของผู้คน มีถิ่นอาศัยตามแนวปะการังน้ำตื้น ตัวอย่างเช่น ในห้วงมหาสมุทรอินโด-แปซิฟิค ชื่ออันนุ่มนวลของมันนี้ได้มาจากการกระทำที่ถูกใจไล่รับประทานเศษผิวหนัง, ของเสีย ไปจนกระทั่งปรสิตบนตัวปลาที่มีขนาดใหญ่กว่า

 

แหล่งที่มา.. ngthai

Read More