Uncategorized Archives - ประวัติของสัตว์ทั่วโลกทั้งในไทยและต่างประเทศ

ประวัติความเป็นมา แมวดาว

แมวดาว

แมวดาว (อังกฤษ: leopard cat ชื่อวิทยาศาสตร์: Prionailurus bengalensis) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกเสือ แมวดาว เป็นแมวป่าที่พบได้ง่ายที่สุดในประเทศไทยรวมทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีขนาดเล็กใกล้เคียงแมวบ้าน แต่ว่าขายาวกว่าน้อย มีลายจุดทั่วหมดทั้งตัว สีลำตัวไม่เหมือนกันไปในแต่ละพื้นที่ มีตั้งแม้กระนั้นสีเทาซีดเซียว น้ำตาล เหลืองทอง จนกระทั่งสีแดง ทางใต้ลำตัวสีขาว จุดข้างลำตัวเป็นจุดทึบหรือเป็นดอก ส่วนรอบๆขารวมทั้งหางเป็นจุดทึบ มีเส้นดำหลายเส้นพาดขนานกันตั้งแต่หน้าผากจนกระทั่งกำดันแล้วก็เริ่มขาดท่อนแปลงเป็นจุดรีๆที่แถวๆศีรษะไหล่

บางตัวมีเส้นยาวนี้พาดยาวตลอดแนวสันหลัง มีแถบสีขาว 2 แถบแล้วก็แถบดำ 4 แถบพิงจากหัวตาไปที่หู ขนมีความยาวไม่เหมือนกันตามเขตที่อยู่ จำพวกที่อาศัยอยู่ตอนเหนือจะมีขนยาวแล้วก็แน่นกว่าประเภทที่อยู่ทางด้านใตน หัวค่อนข้างจะเล็ก กรวยปากแคบรวมทั้งสั้น คางสีขาว มีทาสีขาวที่มีแถบสีดำแคบๆล้อมที่รอบๆแก้ม ม่านตาลึก หูยาวรวมทั้งมน ขอบหูดำและก็กึ่งกลางข้างหลังหูสีขาว หางข้างบนมีลายจุด ปลายหางสีเนื้อ ส่วนใกล้ปลายหางเป็นข้อที่ไม่ชัดเจนนัก แมวดาวเพศผู้ใหญ่มากยิ่งกว่าตัวเมีย

 

 

ที่มา wikiwand

Read More

ประวัติความเป็นมา พะยูน

พะยูน

พะยูน เป็นสัตว์ป่าสงวนระเภทหนึ่ง ตามพ.ร.บ.สงวนและก็คุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 เป็นสัตว์น้ำประเภทแรกของเมืองไทยที่ถูกกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าสงวน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเลเขตอบอุ่น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dugong dugon อยู่ในอันดับพะยูน (Sirenia)

มีการศึกษาพะยูนในทางวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรกในปี คริสต์ศักราช 1776 โดยจับตัวได้อย่างต้นแบบจากที่จับได้จากน่านน้ำแหลมกู๊ดโฮปถึงประเทศฟิลิปปินส์ เนื่องมาจากมีรูปร่างเหมือนปลาโลมาแล้วก็วาฬ เดิมก็เลยถูกจัดรวมอยู่ในชั้นเดียวกันเป็น Cetacea แม้กระนั้นจากการเรียนลักษณะองค์ประกอบอย่างละเอียดพบว่า มีความไม่เหมือนกันมากมาย พูดอีกนัยหนึ่ง มีขนาดเล็กกว่า หัวกลม รูจมูกแยกจากกัน ปากเล็ก มีฟันหน้าและก็ฟันกรามปรับปรุงดี

ไม่เป็นฟันยอดแหลมปกติเสมือนๆกันอย่างวาฬ4 แล้วก็มีเส้นขนที่ริมฝีปากตลอดชาติ ในปี คริสต์ศักราช 1816 อองรี มารี ดูโครเตย์ เดอ แบล็งวีล นักวิทยาศาสตร์ชาวประเทศฝรั่งเศส ได้กระทำแยกไม่เหมือนกันระหว่างพะยูนกับปลาโลมารวมทั้งวาฬ ออกมาจากกันแล้วก็จัดพะยูนเข้าเอาไว้ภายในกรุ๊ปสัตว์เลือดอุ่นที่มีกีบ ในชั้น Sirenia โดยถือว่าพะยูนมีบรรพบุรุษด้วยกันกับช้างมาก่อน รวมทั้งการศึกษาเล่าเรียนซากโบราณของพะยูนในสกุล Eotheroides ในประเทศอียิปต์

พบว่ามีลักษณะบางสิ่งบางอย่างราวกับและก็ใกล้เคียงกันกับ Moeritherium ซึ่งฯลฯเครือญาติของช้างสมัยอีโอซีนตอนแรก หรือเมื่อโดยประมาณ 40 ล้านปีมาแล้ว Eotheroides เป็นสัตว์มี 4 ขา มีฟันครบและก็อาศัยอยู่ในน้ำ ถัดมามีพัฒนาการเพื่ออาศัยอยู่ในน้ำได้ดีขึ้น โดยที่ขาข้างหลังจะลดขนาดลงรวมทั้งหายไปสุดท้าย ส่วนขาหน้าจะเปลี่ยนไปมีลักษณะเหมือนใบพายเพื่อเหมาะสมกับการว่ายน้ำ แล้วหลังจากนั้นก็มีพัฒนาการมาเรื่อยจนถึงเปลี่ยนมาเป็นพะยูนในขณะนี้

 

 

ที่มา wikiwand

Read More

ประวัติความเป็นมา ยีราฟ

ยีราฟ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Giraffa) เป็นสกุลหนึ่งของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในตระกูล Giraffidae เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง มีลักษณะเด่นเป็นเป็นสัตว์ที่ตัวสูง ขายาว คอยาว มีเขา 1 คู่ ตัวมีสีเหลืองแล้วก็สีน้ำตาลเข้มเป็นลาย

มีถิ่นเกิดในทวีปแอฟริกา เพศผู้มีความสูง 4.8 ถึง 5.5 เมตร (16-18 ฟุต) แล้วก็มีน้ำหนักถึง 200 กิโล (2,000 ปอนด์) ตัวเมียมีขนาดรวมทั้งความสูงน้อยกว่านิดหน่อย จัดเป็นสัตว์บกที่มีความสูงที่สุดในโลก

ยีราฟ มีเขาหมดทั้งตัวผู้และก็ตัวเมีย ไม่ผลัดเขา ที่เขามีขนปกคลุมอยู่ เขาของยีราฟเป็นสิ่งแสดงถึงไม่เหมือนกันระหว่างเพศ เขาของยีราฟเพศผู้ข้างบนมีลักษณะตัดราบเรียบและก็มีความใหญ่อวบกว่า ในขณะที่ของตัวเมียจะมีขนสีดำปกคลุมมองเห็นเป็นพุ่มไม้ชัดเจน1 มีความประพฤติอาศัยอยู่รวมเป็นฝูงราว 15-20 ตัว หรือมากยิ่งกว่านั้น

ในทุ่งโล่งร่วมกับสัตว์รับประทานพืชประเภทอื่นๆดังเช่น แอนทิโลป, ม้าลาย หรือนกกระจอกเทศ ไปสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 3 ปีครึ่ง ตั้งครรภ์นาน 420-461 วัน ลูกยีราฟเลิกกินนมเมื่ออายุได้ 10 เดือน เมื่อคลอดออกมาแล้วจะสามารถยืนและก็เดินได้ภายในช่วงระยะเวลาไม่นานเสมือนสัตว์กีบคู่ทั่วๆไป แล้วก็วิ่งได้ภายในช่วงระยะเวลา 2-3 วัน ตัวเมียมีเต้านมทั้งปวง 4 เต้า ยีราฟจะเป็นสัดทุกๆ14 วัน แต่ละครั้งเป็นอยู่ราว 24 ชั่วโมง แก่ขัยเฉลี่ย 20-30 ปี

 

 

ที่มา.. wikiwand

Read More

ประวัติความเป็นมาของ ม้าลาย

ม้าลาย

 ม้าลาย เป็นม้าพวกหนึ่งที่มีขนาดเล็กกว่าม้า แต่ว่ามีปลายหางเหมือนลา มีแผงคอที่สั้นราวกับขนแปรง มีลักษณะเด่นหมายถึงมีลำตัวเป็นสีขาวสลับดำตลอดทั้งตัว ซึ่งสีอันสะดุดตานี้ เป็นคำถามมาเป็นเวลานานแล้วว่า ตามที่จริงแล้วม้าลายเป็นสัตว์ที่มีพื้นลำตัวขาวและก็มีแถบสีดำพิงผ่าน หรือเป็นสัตว์ที่มีพื้นลำตัวสีดำแล้วก็มีแถบสีขาวพิงผ่านกันแน่ ในความเชื่อของคนพื้นเมืองแอฟริกา มั่นใจว่า ม้าลายเป็นสัตว์ที่มีสีดำและก็มีแถบสีขาวพาดผ่าน

ภาพแสดงลายบนบริเวณใบหน้าของม้าลาย 4 ตัวที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งลายกลุ่มนี้จะเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว และไม่แบบเดียวกันอันเป็นผลมาจากเซลล์เม็ดสีและก็กรรมพันธุ์

จากการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์พบว่า ม้าลายตามที่จริงเป็นสัตว์ที่มีพื้นลำตัวสีดำรวมทั้งมีลายแถบสีขาวพิงผ่านลำตัว ซึ่งลายแถบสีขาวนั้นมีต้นเหตุมาจากเซลล์ประสาทที่เรียงรายตามแนวกระดูกสันหลังส่วนใดส่วนหนึ่ง จะเปลี่ยนสภาพไปเป็นเซลล์ผลิตเม็ดสีสีดำ เรียกว่า เมลาโนไซท์ ต่อจากนั้น เมลาโนไซท์พวกนี้ จะเคลื่อนออกไปข้างๆของกระดูกสันหลังในแนวตั้งฉาก แล้วเปลี่ยนสภาพไปเป็นผิวหนังที่มีเม็ดสีสีดำ ซึ่งลักษณะของเม็ดสีในสัตว์แต่ละประเภทนั้น ขึ้นกับการกระตุ้นทางพันธุกรรม สำหรับการเปลี่ยนสภาพ แล้วก็การเคลื่อนที่ของเมลาโนไซท์ โดยจากการเล่าเรียนพบว่าตัวอ่อนของม้าลายที่อยู่ในท้องแม่ จะเป็นตัวสีดำก่อน แล้วต่อจากนั้นลายแถบสีขาวแล้วก็ค่อยๆปรับปรุงขึ้น ซึ่งม้าลายแต่ละตัวก็จะมีลายเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวต่างกัน

เดี๋ยวนี้ยังไม่รู้จักมูลเหตุที่ชัดเจนสำหรับการที่ม้าลายมีลายแถบสีขาวพวกนี้ มั่นใจว่าใช้เพื่อสำหรับการอำพรางตัวจากศัตรู แล้วก็ทำให้ศัตรูซึ่งยกตัวอย่างเช่น สัตว์กินเนื้อต่างๆลายตาได้เมื่อได้เผชิญม้าลายที่อยู่รวมกันเป็นฝูงในทุ่งหญ้ากว้าง ทำให้จับระยะทางที่จะจู่โจมผิดพลาดไป สำหรับทรรศนะของชาร์ลส์ ดาร์วิน มั่นใจว่าม้าลายมีลายเพื่อจำกันได้ รวมทั้งเพศผู้ใช้เกี้ยวพาตัวเมีย รวมถึงมั่นใจว่ามีไว้ปกป้องแมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมลงวัน มีหลักฐานว่าม้าลายล่อใจแมลงน้อยกว่าสัตว์รับประทานพืชประเภทอื่นๆในแอฟริกา จากการทดสอบของนักวิทยาศาสตร์ชาวฮังการีกรุ๊ปหนึ่ง ที่ทดสอบโดยการนำหุ่นของม้า 4 ตัว ที่มีชีวิตชีวาต่างๆต่างๆนาๆ ไปตั้งเอาไว้ภายในทุ่งหญ้า รวมทั้งม้าลาย เจอกว่าหุ่นม้าลายมีแมลงมาเกาะน้อยที่สุด ดังนี้มั่นใจว่าเพราะว่าตาของแมลงเป็นระบบตารวมที่มีส่วนประกอบมาก รวมทั้งแมลงจะลงเกาะโดยการใช้แสงสว่างโพลาไรซ์ช่วย เป็นได้ว่าลายทางของม้าลายไปก่อกวนแสงสว่างโพลาไรซ์สำหรับการดูของแมลง ทำให้ยากสำหรับเพื่อการลงเกาะบนตัวของม้าลาย

 

ที่มา.. sites.google

Read More

ประวัติความเป็นมา ตั๊กแตน จัดอยู่ในไฟลัมอาร์โธรพอด

ตั๊กแตน

ตั๊กแตน (อังกฤษ: Grasshopper) จัดอยู่ในไฟลัมอาร์โธรพอด

  • ตั๊กแตนมีหนวดที่ค่อนข้างจะสั้น เกือบจะส่วนมากหนวดของตั๊กแตนจะสั้นกว่าขนาดตัว แล้วก็มีอวัยวะสืบพันธุ์ที่สั้น
  • ตั๊กแตนสายพันธุ์ที่แผดเสียงได้ง่าย มีต้นเหตุที่เกิดจากการถูขาที่หลบซ่อนอยู่กับปีกหรือท้อง หรือการกระพือปีก

 

อวัยวะรับเสียง (tympana) จะอยู่ที่ส่วนท้องท่อนแรก

  • ขาที่หลบซ่อนอยู่ของตั๊กแตนจะยาว รวมทั้งแข็งแรงเป็นพิเศษ เหมาะสมแก่การกระกระโดด จริงอยู่ที่ว่ามันมีปีก แต่ปีกก็หลบซ่อนอยู่ และเป็นเพียงแค่เยื่อที่ไม่เหมาะที่จะใช้บิน
  • ตัวเมียจะมีขนาดใหญ่ว่าเพศผู้ และก็มีอวัยวะสืบพันธุ์ที่สั้นกว่าเพศผู้
  • ชอบมีสับสนได้ง่ายระหว่างตั๊กแตนกับจิ้งหรีด ซึ่งจิ้งหรีดจะจัดอยู่ในชั้นย่อย Orthoptera แม้กระนั้นจะมีที่แตกต่างหลายชนิด เป็นต้นว่า ปริมาณท่อนของหนวด ส่วนประกอบของอวัยวะสืบพันธุ์ รวมถึงตำแหน่งของอวับวะรับเสียง แล้วก็วิธีการแผดเสียง
  • ชั้นย่อย Ensiferans ของจิ้งหรีด จะมีหนวดอย่างต่ำ 30 ท่อน แต่ว่าเชื้อสายตั๊กแตนจะมีน้อยกว่า

 

ที่มา.. wikiwand

Read More

ประวัติความเป็นมา ช้าง เป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับประเทศไทย

ช้าง เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดในตระกูล Elephantidae เดี๋ยวนี้รับประกันว่ามีอยู่ 3 สปีชีส์ คือ ช้างแอฟริกา, ช้างป่าแอฟริกา รวมทั้งช้างทวีปเอเชีย ตระกูล Elephantidaeเป็นสกุลเดียวที่ยังไม่สูญพันธุ์ในชั้น Proboscidea สมาชิกที่สิ้นซากไปแล้ว อย่างเช่น มาสโตดอน (mastodon) ตระกูล Elephantidae ยังมีกรุ๊ปที่เวลานี้สิ้นพันธุ์ไปแล้วหลายกรุ๊ป และก็ช้างแมมมอธและก็ช้างงาตรง ช้างแอฟริกามีหูขนาดใหญ่กว่าและก็ข้างหลังเว้า ส่วนช้างทวีปเอเชียมีหูขนาดเล็กกว่าและก็มีข้างหลังนูนหรือราบ คุณลักษณะเด่นของช้างทุกจำพวกตัวอย่างเช่น งวงยาว หูกางขนาดใหญ่ ขาใหญ่ แล้วก็ผิวหนังที่ครึ้มแต่ละเอียดอ่อน งวงใช้สำหรับในการหายใจ ถือจับของกินและก็น้ำเข้าปา และก็คว้าวัตถุ งาซึ่งดัดแปลงแก้ไขมาจากฟันตัด ใช้เป็นอีกทั้งอาวุธและก็อุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนที่วัตถุรวมทั้งขุดดิน หูกางขนาดใหญ่ช่วยสำหรับการอาจจะอุณหภูมิกายให้คงเดิม เหมือนกับใช้ในลัษณะของการติดต่อสื่อสาร ขาใหญ่เสมือนเสารองรับน้ำหนักตัว ช้างเป็นสัตว์บกขนาดใหญ่สุดเท่าที่มีอยู่ในขณะนี้

ช้าง เรี่ยราดอยู่ทั่วแอฟริกาใต้สะฮารา ทวีปเอเชียใต้รวมทั้งเอเซียอาคเนย์ และก็เจอได้ในที่พักอาศัยมากมาย อีกทั้งสะวันนา ป่า ทะเลทรายและก็ที่ลุ่มเปียกชื้น ช้างเป็นสัตว์รับประทานพืช รวมทั้งอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำเมื่อสามารถเข้าถึงได้ ช้างนับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตหลัก เนื่องด้วยผลพวงต่อสภาพแวดล้อม สัตว์อื่นมักรักษาระยะห่างจากช้าง โดยมีข้อละเว้นเป็นสัตว์นักช้าง ได้แก่ สิงโต เสือโคร่ง ไฮยีนาแล้วก็สุนัขป่าทุกจำพวก

ซึ่งธรรมดามักเลือกช้างอ่อนเป็นจุดมุ่งหมายเพียงแค่นั้น ช้างมีสังคมฟิชชัน–ฟิวชัน แปลว่า กรุ๊ปครอบครัวหลายกรุ๊ปมารวมกันเข้าสังคม ช้างเพศเมีย (ช้างตัวเมีย) มักอาศัยอยู่เป็นกรุ๊ปครอบครัว ซึ่งบางทีอาจมีช้างเพศภรรยาหนึ่งตัวรวมทั้งข้าพเจ้าหรือช้างเพศเมียหลายตัวที่มีความสัมพันธ์กันกับลูกๆโดยไม่มีช้างเพศผู้ (ช้างพลาย) กลุ่มนี้มีช้างตัวเมียที่ธรรมดาแก่ที่สุดเป็นหัวหน้า

ช้างตัวผู้ออกมาจากลุ่มครอบครัวเมื่อถึงวัยเริ่มเจริญพันธุ์ แล้วก็บางทีอาจอยู่สันโดษหรืออยู่กับช้างตัวผู้ตัวอื่น ช้างตัวผู้โตเต็มวัยมีความเกี่ยวข้องกับกรุ๊ปครอบครัวเมื่อหาคู่แล้วก็ไปสู่สภาวะที่มีเทสโทสเตอโรนแล้วก็ความนิสัยไม่ดีสูงมากขึ้น เรียก ตกมัน ซึ่งช่วยทำให้พวกมันถือความยิ่งใหญ่และก็แพร่พันธุ์ได้เสร็จ ข้าพเจ้าเป็นศูนย์กลางความพอใจของกรุ๊ปครอบครัวแล้วก็จะต้องอาศัยแม่เป็นระยะเวลาที่ยาวนานสุดสามปี ช้างป่ามีชีวิตอยู่ได้ถึง 70 ปี ช้างติดต่อกันโดยการสัมผัส การมองมองเห็น การรู้กลิ่นรวมทั้งการฟังเสียง ช้างใช้อินฟราซาวน์ แล้วก็การติดต่อสื่อสารไหวกระเทือนเป็นระยะทางไกล สติปัญญาของช้างเทียบเคียงได้กับปัญญาของไพรเมตรวมทั้งชั้นวาฬแล้วก็ปลาโลมา ช้างมองมีจิตสำนึกเกี่ยวกับตัวเองและก็แสดงความเห็นดวงใจต่อช้างที่กำลังตายหรือช้างที่ตายแล้ว

สหภาพระหว่างชาติเพื่อการรักษาธรรมชาติจัดช้างแอฟริกาเป็นจำพวกที่เกือบจะอยู่ในข่ายใกล้การสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ รวมทั้งช้างทวีปเอเชียเป็นจำพวกใกล้สิ้นซาก ภัยคุกคามต่อราษฎรช้างใหญ่สุดอย่างหนึ่งเป็นกิจการค้างาช้าง ซึ่งทำให้ช้างถูกบุกรุกเข้าไปล่าเพื่อเอางา ภัยรุกรามช้างป่าประการอื่นอาทิเช่นการทำลายที่อยู่ที่อาศัยแล้วก็ความไม่ลงรอยกันกับราษฎรเขตแดน มีการใช้ช้างเป็นสัตว์ใช้แรงงานในทวีปเอเชีย แล้วก็ยังมีการแสดงในสวนสัตว์หรือถูกใช้ประโยชน์สำหรับความสนุกสนานในละครสัตว์ ช้างเป็นสัตว์ที่มนุษย์รู้จักดีรวมทั้งปรากฏทั้งยังในศิลป์ นิทานพื้นบ้าน ศาสนา วรรณกรรมรวมทั้งวัฒนธรรมความนิยม

 

ที่มา.. wikiwand

Read More

ประวัติความเป็นมาของ ควาย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

ควาย หรือภาษาทางการว่า กระบือ จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นสัตว์เลี้ยงที่ใกล้ชิดกับงานทำการเกษตรของประเทศแถบทวีปเอเชียสูงที่สุดต้องการอ้างอิง เพราะว่าเกษตรกรนิยมเลี้ยงควายเป็นแรงงานเพื่อไว้ไถท้องนา บ้างก็ใช้ควายเป็นยานพาหนะเข้าไปทำสวนทำไร่ บ้างก็ฆ่าควายรับประทานเนื้อเป็นของกิน ควายก็เลยมีสาระหลายประการ ปัจจุบันนี้มีการใช้งานควายลดน้อยลง

ควายเป็นสัตว์มีสี่ขา เท้าเป็นกีบ ตัวขนาดใกล้เคียงกับโคโตเต็มวัยเมื่ออายุระหว่าง 5-8 ปี น้ำหนักตัวผู้โตเต็มวัยโดยเฉลี่ย 520-560 กก. ตัวเมียเฉลี่ยราว 360-440 โล เพศผู้จะใหญ่มากยิ่งกว่าตัวเมียน้อย มีผิวสีเทาถึงดำ (บางตัวมีสีชมพู เรียกว่า ควายเผือก) มีเขาเป็นคุณลักษณะเด่นเฉพาะบุคคล ปลายเขาโค้งเป็นวงเหมือนดวงจันทร์เสี้ยว แม้กระนั้นถ้าหากเป็นควายเพศผู้ที่มีลักษณะดีก็จะมีผู้ซื้อไปเป็นพ่อพันธุ์

ควายเป็นสัตว์เลือดอุ่น ลูกควายจะรับประทานนมแม่กระทั่งอายุโดยประมาณ 1 ปี 6 เดือน ควายจะเจริญวัยใช้แรงงานได้ระหว่างอายุ 2.5-3 ปี ตอนที่ใช้งานได้สุดกำลัง เป็นระหว่างอายุ 6-9 ปี ควายแต่ละตัวจะใช้งานได้กระทั่งอายุปิ้งเข้า 20 ปี อายุควายโดยธรรมดาเฉลี่ยราวๆ 25 ปี

 

ที่มา.. wikiwand

Read More

ประวัติความเป็นมาของ เต่า จัดอยู่ในจำพวกสัตว์เลือดเย็น

เต่า

เต่า คือ สัตว์ประเภทหนึ่งในอันดับ Testudines จัดอยู่ในประเภทสัตว์เลือดเย็น ในชั้นสัตว์เลื้อยคลาน เป็นสัตว์ที่มีพัฒนาการมาแล้วกว่า 200 ล้านปี ซึ่งเต่านั้นนับว่าเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนสูงที่สุดประเภทหนึ่ง โดยเต่าจะมีกระดูกที่แข็งหุ้มบริเวณหลังที่เรียกว่า “กระดอง” ซึ่งมีแคลเซียมเป็นส่วนมาก ซึ่งจะสามารถหดหัว ขา รวมทั้งหางเข้าในกระดองเพื่อป้องกันตัวได้ แต่ว่าเต่าบางประเภทก็ไม่สามารถที่จะทำเป็น เต่าเป็นสัตว์ที่ไม่มีฟัน แต่ว่ามีริมฝีปากที่แข็งแรงรวมทั้งคม ใช้ขบกัดอาหารแทนฟัน

ส่วนมากแล้ว เต่า เป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวและก็เคลื่อนที่ได้ช้า อาศัยแล้วก็ใช้ช่วงชีวิตหนึ่งอยู่ในน้ำ ซึ่งมีอาศัยทั้งยังน้ำจืด แล้วก็ทะเล แม้กระนั้นเต่าบางพวกก็ไม่ต้องอาศัยน้ำเลย เรียกว่า “เต่าบก” (Testudinidae)

ซึ่งเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือ เต่ายักษ์กาลาปากอส (Geochelone nigra) ที่อาศัยอยู่ตามเกาะต่างๆในหมู่เกาะกาลาปากอส ในเอกวาดอร์ (มีทั้งหมดทั้งปวง 15 จำพวกย่อย) ในเวลาที่เต่าน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือ เต่าอัลลิเกเตอร์ (Macrochelys temminckii) อาศัยอยู่ตามหนองในทวีปอเมริกาเหนือ

 

 

ที่มา.. wikiwand

Read More

ประวัติความเป็นมาของ กบ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

กบ เป็นอันดับของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำลำดับต้นๆ ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Anura (/อะ-นู-รา/)

มีรูปร่างโดยรวมเป็นเป็นสัตว์ไม่มีหาง เนื่องจากกระดูกสันหลังส่วนหางได้เชื่อมรวมเป็นชิ้นเดียวยาวกระดูกสันหลังลดปริมาณลงมาจากสัตว์ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์เพราะว่ามีไม่เกิน 9 ปล้อง มีขาขี้เกียจมากจากการยืดของกระดูกทิเบียกับกรอบเดือนกฟิบูลาและก็ของกระดูกแอสทรากากัสกับกระดูกแคลลาเนียม โดยมีเล็กน้อยเชื่อมชิดกันรวมทั้งเต็มไปด้วยผูกกล้ามแข็งแรง เพื่อใช้สำหรับการกระโจน มีส่วนหัวที่ใหญ่รวมทั้งแบนราบ ปากกว้างมากมาย

กบในระยะวัยอ่อนจะมีลักษณะไม่เหมือนกันกับตัวสมบูรณ์เต็มวัยอย่างเห็นได้ชัด เรียกว่า “ลูกอ๊อด”2 โดยมีรูปร่างเหมือนปลา มีส่วนหัวที่โตมากมาย มีหาง ไม่มีฟัน โดยในส่วนองค์ประกอบของจะงอยปากเป็นสารประกอบเคอราติน หายใจด้วยเหงือกเสมือนซาลาแมนเดอร์ ความประพฤติการกินของกินของลูกอ๊อดจะนานับประการ โดยบางทีก็อาจจะรับประทานแบบกรองรับประทาน หรือรับประทานพืช แล้วก็รับประทานสัตว์ เมื่อเปลี่ยนรูปร่างเป็นตัวเต็มวัยก็เลยเปลี่ยนแปลงลักษณะการกิน และเปลี่ยนสภาพส่วนประกอบของอวัยวะระบบที่ทำหน้าที่ในการย่อยอาหารรวมถึงระบบอวัยวะอันอื่น ซึ่งการเปลี่ยนรูปร่างของกบนั้นจะแตกต่างจากซาลาแมนเดอร์เป็นอย่างยิ่ง

การขยายพันธุ์ของกบนั้นมีมากมายมากมาย ส่วนการปฏิสนธิจะเกิดขึ้นด้านนอกตัว โดยทั้งยัง 2 เพศมีความประพฤติกอดรัดกันระหว่างสืบพันธุ์ กบโดยมากจะคุ้มครองปกป้องดูแลไข่ เว้นเสียแต่บางจำพวกแค่นั้นที่เก็บไข่ไว้บนข้างหลัง ที่ขา ในถุงบนข้างหลัง หรือในท้อง หรือบางประเภทตกไข่ติดไว้กับพืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำที่เติบโตในน้ำหรือบนก้านไม้ของต้นไม้เหนือน้ำรวมทั้งเฝ้าไข่ไว้

การปฏิสนธิที่เกิดขึ้นข้างในตัวจะเจอเพียงแต่กับกบบางประเภทเพียงแค่นั้น ยกตัวอย่างเช่น Ascaphus truei ฯลฯ แล้วก็การก้าวหน้าของเอมบริโอภายในไข่และก็วัยอ่อนที่ออกมาจากไข่มีรูปร่างเป็นเสมือนตัวสมบูรณ์เต็มวัยเลย โดยไม่ผ่านขั้นการเป็นลูกอ๊อดเกิดขึ้นกับหลายสกุลในหลายสกุล เป็นต้นว่า สกุล Hemiphractus และก็Stefania ฯลฯ

กบ เป็นสัตว์ที่เกิดมาแล้วราว 200 ล้านปีก่อน รวมทั้งเป็นสัตว์ที่อยู่รอดพ้นมาได้จากการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่เมื่อ 65 ล้านปีกลาย ที่ทำให้ไดโนเสาร์สิ้นพันธุ์ โดยนักวิทยาศาสตร์สำนักงานเรียนถึงหัวข้อนี้ มั่นใจว่า ด้วยเหตุว่ากบเป็นสัตว์ที่หลบตัวอยู่ใต้ดินได้อย่างเป็นดี และก็เป็นสัตว์ที่ปรับพฤติกรรมเจริญให้กับสิ่งแวดล้อมรวมทั้งระบบนิเวศแบบใหม่ จากการเล่าเรียนพบว่า กบในช่วงปัจจุบันราวปริมาณร้อยละ 88 เป็นกบที่มีที่มาจากอดีตกาลซึ่งสามารถย้อนไปไกลได้ถึง 66–150 ล้านปีกลาย

โดยเรียนรู้จากการตรวจทานทางพันธุกรรมและก็เทียบระดับยีนและก็โมเลกุลระหว่างกบในช่วงปัจจุบัน และก็ซากดึกดำบรรพ์ของกบในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยพบว่า กบใน 3 ตระกูลเป็นMicrohylidae หรืออึ่ง, Natatanura ที่เจอในทวีปแอฟริกา รวมทั้งHyloidea ที่เจอในทวีปอเมริกาใต้ เป็นกบที่สืบเชื้อสายประเภทมาจากกบในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และก็เดี๋ยวนี้ได้มีการสืบเชื้อสายชนิดรวมทั้งแตกกิ่งด้านชีววิทยาไปทั้งโลก3

ปัจจุบันนี้ ได้มีการอันดับเกณฑ์กบออกเป็นตระกูลทั้งผอง 27 สกุล ใน 419 สกุล เดี๋ยวนี้เจอแล้วกว่า 6,700 ประเภท ถือได้ว่าเป็นชั้นที่มีความมากมายหลากหลายสูงที่สุดของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ รวมทั้งยังคงมีการศึกษาและทำการค้นพบประเภทใหม่ขึ้นเรื่อยทุกปี โดยประมาณ 60 จำพวกต่อปี โดยกบจำนวนมากจะเจอในเขตร้อน โดยใช้แนวทางใคร่ครวญจาก องค์ประกอบกระดูก, กล้ามขา, รูปร่างรูปแบบของลูกอ๊อด และก็แบบอย่างการกอดรัด ฯลฯ

 

ที่มา.. wikiwand

Read More

ประวัติความเป็นมาของ ไฮยีนา

ไฮยีนา

ไฮยีนา (อังกฤษ: hyena; มาจากคำภาษากรีกโบราณว่า ὕαινα ออกเสียงว่า /ฮือไอนา/ หรือ /ฮือแอนา/) เป็นสัตว์เลือดอุ่นในอันดับสัตว์กินเนื้อตระกูลหนึ่ง โดยใช้ชื่อตระกูลว่า Hyaenidae

ไฮยีนา มีลักษณะและก็รูปร่างโดยรวมคล้ายกับสุนัขหรือหมาป่า ซึ่งเป็นสัตว์กินเนื้อที่อยู่ในตระกูล Canidae แต่ว่าไฮยีนาก็ไม่ใช่สุนัข แม้แต่ว่าเป็นสัตว์ที่อยู่ในตระกูลของตนต่างหาก โดยอยู่ในชั้นย่อย Feliformia ซึ่งใกล้ชิดกับPercrocutidae มากยิ่งกว่า

ลักษณะแล้วก็พฤติกรรม
ไฮยีนาสามารถแบ่งออกเป็น 25สกุล (มองในตาราง)2 หลาย ประเภท กระจายจำพวกทั่วๆไปในทวีปแอฟริกาแล้วก็เล็กน้อยในภูมิภาคอาหรับและก็ประเทศอินเดีย ไฮยีนามีลักษณะรูปร่างคล้ายกับหมา มีขนหยาบครึ้มสีน้ำตาลปนเทา มีลายรวมทั้งจุดไม่เหมือนกันตามแต่ละประเภท และก็มีหางยาวราว 18 นิ้ว ไหล่แล้วก็หัวมีส่วนกว้าง ไหล่สูงขึ้นยิ่งกว่าขาหลังมากมาย แล้วก็มีฟันกรามที่แข็งแกร่งและก็แข็งแรงมากมาย ทำให้เป็นสัตว์ประเภทหนึ่งที่มีแรงกัดร้ายแรงมากมาย

ไฮยีนาชอบรวมตัวกันออกหาเหยื่อโดยมีตัวเมียเป็นหัวหน้าฝูง ไฮยีนาตัวเมียนั้นจะมีอวัยวะเพศที่ขยายใหญ่ได้จนกระทั่งมีขนาดเท่ากับอวัยวะเพศของตัวผู้ ตัวใดที่มีลักษณะอวัยวะสืบพันธุ์คล้ายเพศผู้ จะสามารถเข้ากลุ่มตัวเมียได้ดิบได้ดี ไฮยีนาตัวเมียที่ไม่มีของลับผู้จะถูกขับออกมาจากกรุ๊ปตัวเมีย และไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการมีกรุ๊ปได้ ไฮยีนาสามารถวิ่งได้เร็วถึง 65 กิโลต่อชั่วโมง นิสัยค่อนข้างจะดุ ไฮยีนาตัวเมียจะมีรูปร่างที่ใหญ่มากยิ่งกว่าเพศผู้ เพราะเหตุว่าจะเป็นข้างดูแลลูก เพราะเหตุว่าเพศผู้จะทำร้ายแล้วก็รับประทานลูกไฮยีนาที่เกิดใหม่เป็นของกินได้

ไฮยีนาออกหากินในช่วงเวลาค่ำคืน ช่วงเวลากลางวันจะนอนพักในโพรงหรือซอกหิน จะออกลูกแล้วก็อุปการะลูกในโพรง โดยคลอดลูกทีละโดยประมาณ 1-2 ตัว บางเวลาบางทีอาจได้ถึง 4 ตัว โดยลูกอ่อนจะยังลืมตาแล้วก็ช่วยเหลือตัวเองมิได้

 

ที่มา.. wikipedia

Read More